กิจกรรมทางอินเตอร์เน็ตBlog เป็นช่องทางหนึ่งที่เป็ที่นิยมอย่างมากในปัจจุบันนี้ คนทุกเพศทุกวัยมีการใช้อินเตอร์เน็ต และเขียนแชร์ประสบการณ์กับคนทั่วไปผ่านบล็อคของตนเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าทำเว็ปเพจส่วนตัวนั้นเอาท์ไปแล้ว และexteenเป็นที่ที่กลุ่มเลือกในการทำบล็อคขึ้นมา เพราะเล็งเห็นว่า exteen เป็นเว็ปสำหรับบล็อคทุกสไตล์ และคนเขียนบล็อคส่วนใหญ่จะมีความคิด ในแต่ล่ะวันมีคนอัพบล็อคของตนเองเยอะมาก ยิ่งมีงานใหญ่ๆเกิดขึ้น คนก็ยิ่งมาเขียนกันมากเป็นพิเศษ อีกทั้งเมื่อเราอัพหน้าบล็อคใหม่ เว็ป exteen จะมีการประกาศไว้ ณ  หน้าเว็ปไซต์ทันทีเหมือนเป็นการโฆษณาเว็ปของเราอยู่ตลอดเวลาที่เรามีการอัพเดท (ที่สำคัญคือที่ที่ประกาศไว้ใหญ่และเด่นพอที่คนจะมองเห็น สร้างโอกาสให้คลิ๊กเข้าไปดูในบล็อคของเรามากขึ้น) การเขียนบล็อคทำให้ง่ายต่อการอัพเดทและคอมเม้นท์ด้วย การทำ Blog เป็น official ของกลุ่ม พบว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากอย่างที่คาดไว้ เนื่องจากมีคนเข้าดูที่บล็อคเป็นจำนวนกว่า 15,000 คน ในระยะเวลาสั้นๆ นับว่าประสบความสำเร็จเกินกว่าที่ได้คาดไว้ว่าคนจะเข้าบล็อคประมาณ 300 คนต่อวัน แต่เมื่อคิดเฉลี่ยแล้วหนึ่งเดือน(ซึ่งไม่ถึง) ตกวันละประมาณ 500 คนเลยทีเดียว ทั้งนี้อาจเป็นเพราะการประชาสัมพันธ์เว็ปไซต์ในหลายๆแหล่งด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การตั้งกระทู้ในบอร์ดต่างๆ การฟอเวิร์ดเมล์ การบอกเล่าผ่านเว็ปหรือบล็อคต่างๆของเพื่อนฝูง การโฆษณาผ่านทางHi5 เป็นต้นในบล็อคของกลุ่มมีการตกแต่งที่สวยงามและมีการรวบรวมสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง UP ไว้มากมาย เช่น เรื่องย่อ การแนะนำตัวละคร เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับภาพยนตร์ เช่น ข่าวคราว การอัพเดทของภาพยนตร์ ที่มาหรือความเป็นมาของทีมผู้สร้างภาพยนตร์ แนะนำภาพยนตร์เรื่องต่างๆก่อนจะมีUP บทความแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คลิปวีดีโอ ทีเซอร์ เบื้องหลัง และบางส่วนของภาพยนตร์ที่ทำให้ผู้ที่ได้ชมสนใจและติดตามไปดูต่อ ณ โรงภาพยนตร์ นอกจากนี้ยังมีเนื้อหาของภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องสั้นที่หลายๆคนติดใจอีกด้วย และยังมีส่วนให้ดาว์นโหลดวอลเปเปอร์ของอัพ เกมส์แฟลตที่สนุกสนานไว้ให้ทดลองเล่นกันอีกด้วยการทำHi5ก็ได้รับความนิยมไม่ต่างกัน ถึงแม้ว่าตอนนี้กระแสของ facebook จะมาแรง แต่ก็ยังมีคนที่เล่นน้อยกว่า Hi5 ทางกลุ่มจึงเลือกที่จะทำ Hi5 เพื่อเป็นสื่อประชาสัมพันธ์บล็อคหลักและประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์ พบว่ามีผู้เข้ามาเยี่ยมชมและมีจำนวนเพื่อนที่น่าพึงพอใจ มีคอมเม้นหรือข้อความส่วนตัวส่งมาถามไถ่รายละเอียดต่างๆของภาพยนตร์ด้วย การตกต่างเว็ปไซต์ด้วยสีสันและตัวการ์ตูนเรื่องอัพก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้เข้าชมสนใจและติดตามต่อเข้าไปในเว็ปหลักได้ด้วยลิงค์บนหน้าเว็ป เรียกได้ว่าแค่เราไปขอแอ็ดเฟรนก็ได้สร้าง brand awareness และให้ความรู้สึกว่าเราสนใจและอยากจะเป็นเพื่อน อยากจะถ่ายทอดสิ่งดีๆเช่นภาพยนตร์เรื่องนี้แก่เพื่อนของเรา ได้ feedback การรับแอ็ดเพียบเลยทีเดียว

                                  กระทู้ที่โพสต์ไว้ในอินเตอร์เนต                การตั้งกระทู้นี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างและกระจายการรับรู้ในกลุ่มผู้ใช้อินเตอร์เนต และเพื่อสร้างความสนใจในตัวภาพยนตร์ให้มากขึ้น นอกเหนือจากสื่ออื่นๆที่ทำการโปรโมทอยู่ก่อนแล้ว  และเป็นการเพิ่มช่องทางในการรับรู้ให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น มีการวัดผลการรับรู้ โดยดูจากยอดเข้าชมในแต่ละกระทู้นั้นๆ โดยแต่ละกระทู้มียอดเข้าชมเฉลี่ยประมาณ 50 คนต่อกระทู้   มีผู้เข้าชมบางส่วนมีส่วนร่วมโดยการโพสข้อมูลบางส่วนกลับมาในรูปแบบของการแสดงความคิดเห็นต่อภาพยนตร์   ซึ่งเกือบทั้งหมดแสดงความคิดเห็นไปในทางที่ดี  มีการชื่นชมและชักชวนไปดูภาพยนตร์ 

                                            Forward mail                มีการแบ่งการส่งอีเมลล์ออกเป็นช่วงต่างๆ โดยแบ่งเนื้อหาให้ไปกระตุ้นความสนใจของผู้รับเมลล์ขึ้นเรื่อยๆ โดยทำการส่งทั้งหมดสี่ฉบับ (สี่อาทิตย์ก่อนภาพยนตร์เข้าฉาย) จำนวนที่ทำการฟอร์เวิดไปประมาณ 10,000 อีเมลล์                การฟอร์เวิดอีเมลล์นี้ เป็นกลยุทธ์การสื่อสารแบบเจาะกลุ่ม โดยจะเน้นการให้ข้อมูลและการสร้างความสนใจในตัวภาพยนตร์ให้เกิดมากขึ้นเรื่อยๆ และเนื่องด้วยกลุ่มของเราจับได้โรงภาพยนตร์ อีจีวีสาขา  ซีคอนฯ ทำให้เป็นการยากที่เราจะประชาสัมพันธ์กับแค่เพื่อนๆในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื่องจาก    ห้างซีคอนฯ อยู่ในอีกย่านหนึ่งทำให้ยากต่อการเดินทางไป ดังนั้นกลุ่มของเราจึงส่งเมล์ไปตามเพื่อนๆ ที่อยู่มหาวิทยาลัยบริเวณห้าง เช่น เอแบค,ลาดกระบัง,สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น โดยเมล์ที่ได้มาจากเพื่อนๆที่เรารู้จัก และ Facebook ซึ่งจะตรงกลุ่มเป้าหมายมายิ่งขึ้นผลตอบรับกลับมาคือ   มีผู้เข้าชมบล๊อคมากขึ้น   เพื่อหาข้อมูลภาพยนตร์เพิ่มเติม   และจากการสังเกตกลุ่มเพื่อนใกล้ตัวที่ได้รับอีเมลล์พบว่า   มีการสอบถามและขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาพยนตร์มากยิ่งขึ้น และก็อยากที่จะมากชมภาพยนตร์เรื่องนี้ 

                          กิจกรรมในโรงภาพยนตร์สิ่งที่ทำในวันจริง ( กลยุทธ์ที่ใช้ ง่ายๆได้รวดเร็ว )                กล่องจับฉลาก : ให้นำหางตั๋วเรื่อง Up มาแลกเพื่อสามารถจับฉลากรับของที่ระลึก เป็นแรงจูงใจให้นำหางตั๋วมาแลก ซึ่งจำนวนหางบัตรที่คนนำมาแลก คือ 553 ใบ               

                                             การปฏิบัติงานวันจริง        กลุ่มของเราแบ่งงานคนออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 3 คน โดยกลุ่มแรก                รอถือกล่องฉลากบริเวณทางออกของโรงภาพยนตร์ และมีการประชาสัมพันธ์โดยทั้งติดต่อพนักงานของโรงและประกาศด้วยตนเองให้นำหางบัตรมาแลก เพื่อให้ผู้ที่ชมภาพยนตร์เสร็จสามารถนำหางตั๋วมาแลกเพื่อจับฉลากได้เลย และนำฉลากที่จับได้ไปแลกของรางวัลได้ที่บูธ กลุ่มสอง                อยู่ประจำที่บูธคอยดูแลเรื่องแลกของรางวัล และเป็นจุดสำรองในการจับฉลาก (กรณีคนที่ไม่ได้จับตรงทางออก)                การใช้กลยุทธ์นี้ทำให้กลุ่มของเราสามารถเก็บหางบัตรได้เกือบครบถ้วนทุกคนในรอบหนังนั้นๆ เพราะ เราไปดักผู้ชมภาพยนตร์ก่อนในทางออกให้นำหางบัตรมาแลกจับฉลากได้เลยเพื่อแก้ปัญหาคนไม่นำหางบัตรมาแลก เพราะรู้สึกยุ่งยากที่จะต้องเดินไปที่บูธเพราะบูธก็อยู่ห่างจากทางออกพอสมควร เราจึงอำนวยความสะดวกให้และยังเป็น การลดปัญหาคอขวดที่บูธได้อีกด้วยเพราะถ้าเรามีจุดจับฉลากเพื่อที่บูธอย่างเดียวคนก็จะไปออจนอาจทำให้คนที่อยู่หลังๆขี้เกียจรอก็เป็นได้ และสำหรับส่วนที่ตกหล่นก็สามารถไปแลกที่บูธได้อีก                การจัดระบบเช่นนี้ทำให้สะดวกรวดเร็วไม่เกิดปัญหาคนกระจุก เพราะมีการแบ่งงานอย่างเป็นระบบ มีหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจน                

                                    เกมร่วมสนุก            จุดประสงค์ของเกมเดิมที่เราคิดกันไว้ คือ เพื่อทำให้คนบริเวณโรงภาพยนตร์ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะดูเรื่องใด มาตัดสินใจดูเรื่อง Up หรือ เกิดความสนใจในภาพยนต์                ในวันจริง กลุ่มของเราเห็นว่าเกมอาจจะไม่ได้ช่วยดึงดูดผู้คนได้มากเพื่อให้ตัดสินใจดูภาพยนตร์ เพราะส่วนใหญ่แล้วคนจะตัดสินใจจากหนังตัวอย่างที่น่าสนใจ และคำแนะนำที่ได้ยินมา กลุ่มของเราจึงเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ใช้การประชาสัมพันธ์ โดยมี MC มาพูดเกี่ยวกับตัวภาพยนตร์และกิจกรรมของบูธเพื่อเป็นการเชิญชวนและแนะนำภาพยนตร์ไปในตัว                และอีกปัจจัยที่ไม่ใช้เกม เพราะ เวลาไม่เหมาะสม เนื่องจากรอบหนังติดๆ กัน ทำให้ทีมงานมีเวลาว่างที่บูธน้อยลง เพราะต้องไปเก็บหางตั๋วและแจกของรางวัล จึงใช้การพูดประชาสัมพันธ์แทน เพราะสะดวกรวดเร็วต่อการรับสารและได้จำนวนคนที่รับรู้ในวงกว้างมากกว่ากิจกรรมเชื่อมโยงกับอินเตอร์เน็ตจากการที่เราทำบล็อคและโฆษณาในบล็อคไว้ว่า ถ้าบอกว่าทราบข่าวจากบล็อคของเราจะได้ของที่ระลึกไปเลย ซึ่งก็มีกระแสการตอบรับที่ดี ตอบโจทย์ที่ว่าสื่อออนไลน์นั้น สามารถเชื่อมโยงกับสื่อออฟไลน์ได้จริงๆ  หมายเหตุ             สำหรับรูปภาพงาน Event ทางกลุ่มของเราไม่ได้ถ่ายเก็บไว้เนื่องจากต้องยุ่งกับงานหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายและไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะต้องใช้ภาพเพื่อส่งครั้งสุดท้าย ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยคะ

UP ปู่ซ่าบ้าพลัง

posted on 14 Jun 2009 00:18 by animation-up  in UPTalk

 

วันที่10 มิ.ย.ที่ผ่านมานี้ ได้มีโอกาสไปดูรอบปฐมทัศน์มาครับ

 อยากบอกว่า

ประทับใจนะ

 เพราะไม่คิดว่าจะซึ้งขนาดนี้

ใครไปดูแล้วซึ้งเหมือนผมบ้างเนี่ย ยกมือหน่อย ฮ่าๆๆๆ

 แล้วคุณปู่ก็แข็งแรงมากๆ จนนี้หรอคุณปู่!! ฮ่าๆๆๆ

แต่มองในอีกแง่หนึ่งนะ ขนาดเราอายุยังแค่นี้(แค่ไหน?!)

ได้พยายามทำอะไรแล้วยัง?

ได้ตั้งใจมากขนาดนี้ไปแล้วรึยัง?

แล้วก็ได้ทำให้คนที่คุณรักแล้วรึยัง?

 

ผมว่าการผจญภัยของคุณปู่

มันเป็นอะไรที่ต้องกล้ามากๆ แล้วก็ตั้งใจมากๆด้วย

 

ลองคิดอีกอย่างนึงนะ สำหรับคนที่ไปดูแล้ว

ถ้าเราทำอะไรที่ตั้งใจไว้ หรือสัญญาไว้กับคนที่เรารักโดยที่เค้ายังมีชีวิตอยู่ มันคงดีไม่น้อยเลยนะ

 

ความจริงแล้วเรื่องนี้สอนอะไรๆไว้เยอะมาก แต่สามารถถ่ายทอดออกมาได้ทุกรสชาติ

ไม่ว่าจะเป็นความสนุกสนาน การเรียกเสียงหัวเราะ เศร้า ซึ้ง หรือแม้แต่ตัวผู้ร้ายในเรื่องเองก็เถอะ

 อีกอย่างคือ ตัวละคร รูป หรือว่าเรื่องสีสัน เสียง ทุกอย่างอ่ะ สวยมากๆ ชอบ

แนะนำให้ไปดูกันนะครับ จากใจจริง เพื่อนๆผมที่ไปดูมาก็บอกเป็นเสียงเดียวกันเลยนะว่ามันดีน่ะ

 

แล้วมาคุยกันนะครับสำหรับคนที่ได้ไปดูกันแล้ว

 

ปล. กลุ่ม Candi ขอขอบพระคุณทุกท่านที่วันนี้มาเยี่ยมเยียนกันที่บูธนะครับ ขอบพระคุณมากครับ

 

 

รู้ประวัติของค่ายยักษ์ใหญ่ดิสนีย์ไปแล้ว

วันนี้มารู้จักค่ายพิกซ่าร์กันคับ

ก่อนที่จะโด่งดังจากหนังอนิเมชั่นขวัญใจทุกเพศทุกวัย

เขามาจากไหนล่ะเนี่ย

.....ได้รู้กันครับ  ^^

 

"Pixar" ก่อตั้งขึ้นในปี1979ในฐานะที่เป็นแผนกคอมพิวเตอร์ของบริษัทลูคัสฟิล์ม ยอร์จ ลูคัสได้ดร.เอ็ด แคตมัลด์ซึ่ง ขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการของComputer Graphics Laboratoryที่สถาบันNew York Institute of Technology เพื่อให้มาพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์ให้กับอุตสาหกรรมหนัง กลุ่มของดร.แคตมัลล์ซึ่งประกอบ ด้วยราล์ฟ กักเกนไฮม์และผู้กำกับ-นักสร้างการ์ตูน จอห์น แลสซีเตอร์กับวิลเลียม รีฟส์ได้ร่วมกันสร้างฉากที่ใช้เทคนิคคอมพิว เตอร์อนิเมชันในหนังเรื่องStar Trek II,The Return of the Jedi และYoung Sherlock Holmes และในปี1986 สตีเวน จอบส์ก็ ขอแยกบริษัทPixarออกจากลูคัสฟิล์มเพื่อมาตั้งเป็นบริษัทอิสระต่างหากอีกแห่งหนึ่ง

Pixarเติบโตอย่างรวดเร็วในฐานะผู้สร้างหนังการ์ตูนอนิเมชันดิจิตอลที่เคยคว้าตุ๊กตาทองมาแล้ว นอกจากนั้นpixarยังมีส่วนสำคัญในการพัฒนา แบบก้าวกระโดดเกือบจะทุกครั้งี่มีการนำเอาคอมพิวเตอร์กราฟฟิคมาใช้ในการสร้างภาพยนตร์และในฐานะที่เป็นผู้บุกเบิกงานทางด้าน นี้ก็เลยทำให้pixarคว้ารางวัลตุ๊กตาทองมาครองจนกระทั่งปัจจุบันกว่า10ตัว แม้แต่ในงานด้านโทรทัศน์ก็ยังเคยคว้ารางวัลจากวงการ โฆษณามาครองถึง2ครั้งด้วยกัน

ความสัมพันธ์ระหว่างpixarกับวอลต์ดีสนีย์เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี1987เป็นต้นมา ในครั้งนั้นทั้งสองบริษัทจับมือกันพัฒนาด้านเทคนิค อันเป็นผลให้เกิดระบบที่เรียกว่าCAPS(Computer Animated Production System)ซึ่งใช้ในการสร้างหนังการ์ตูนจากคอมพิวเตอร์ ในระบบ2มิติแล้วก็สามารถคว้ารางวัลตุ๊กตาทองมาครอบครองได้สำเร็จ

ดีสนีย์นำเอาระบบCAPSนี้มาทดลองใช้เป็นครั้งแรกในหนังThe Little Mermaidในปี1992 ดีสนีย์กับPixarก็สามารถคว้ารางวัลตุ๊กตาทอง ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคนิคมาครองร่วมกันในฐานะที่ช่วยกันพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์กราฟฟิค ในปี1991ดีสนีย์กับpixarก็ตกลง ใจนำเอาระบบCAPSมาใช้ในการสร้างการ์ตูนรวดเดียว3เรื่องโดยประเดิมเริ่มต้นด้วยToy Story

ปัจจุบันPixarตั้งอยู่ในย่านแคลิฟอร์เนีย มีพนักงานมากกว่า150คน โดยแบ่งออกเป็นแผนกต่างๆคือ แผนกทำหนังการ์ตูน เรื่องยาว แผนกทำหนังโฆษณาโทรทัศน์ แผนกซีดี-รอม และแผนกผลิตภัณท์ด้านซอฟแวร์ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาซอฟแวร์ของPixar ถูกนำมาขายให้กับผู้บริโภคในเชิงพาณิชย์และปัจจุบันก็กลายมาเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรมนี้ไปแล้ว ซอฟแวร์ที่เป็นที่รู้จักกันคือ Rendermanที่คว้ารางวัลด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มา ซอฟแวร์ตัวนี้ถูกบริษัทสร้างหนังนำไปใช้สร้างสเปเชียลเอฟเฟ็กต์ที่ให้ความ รู้สึกสมจริงเป็นอย่างมาก และเป็นจุดในการพัฒนางานสเปเชียลเอฟเฟ็กต์ครั้งยิ่งใหญ่ร่วมสมัยจากฉากน้ำที่กลายเป็นหุ่น มีชีวิตในหนังเรื่องThe Abyss,ฉากหุ่นไซบอร์กโลหะจาก Terminator2:Judgement DayและไดโนเสารในJurrassic Park

และตอนนี้ค่ายDisney/Pixar เค้าก็ทำอนิเมชั่น 3D เรื่องแรก ออกมาแล้วนะครับ

นั่นคือเรื่อง UP ปู่ซ่าบ้าพลัง นั่นเอง

น่าสนใจแล้วใช่มั๊ยล่ะครับ

ว่าผลงานชิ้นโบว์แดงที่ออกมาจากประสบการณ์ที่สะสมมาตลอดหลายสิบปี

จะเป็นอย่างไร

 

เชิญสัมผัสได้ วันที่ 11 มิ.ย. นี้เลยครับ

(ตื่นเต้นๆๆ ฮ่าๆๆๆ)